ติดตามอีเว้นท์ใหม่ๆได้ทาง Facebook

ออเจ้า ในแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช @Seacon square (9 - 20 พ.ค. 2561) Seacon Square

ออเจ้า ในแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช @Seacon square

  • 9 - 20 พ.ค. 2561 2018-05-09 2018-05-20 Asia/Bangkok ออเจ้า ในแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช @Seacon square https://www.allthaievent.com/event/22336/ ออเจ้า ในแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช   ย้อนกาลเวลา สู่กรุงศรีอยุธยา"ซีคอน บางแค" และ "ซีคอนสแควร์" จัดงาน "ออเจ้า ในแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช"น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณข Seacon Square
  • Seacon Square

ออเจ้า ในแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช


ย้อนกาลเวลา สู่กรุงศรีอยุธยา

"ซีคอน บางแค" และ "ซีคอนสแควร์" จัดงาน "ออเจ้า ในแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช"น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช พร้อมเรียนรู้เรื่องราว ของบุคคลในประวัติศาสตร์ผู้มีบทบาทสำคัญในยุคนั้น ภายใต้บรรยากาศการจำลองสถานที่สำคัญ วิถีชีวิต และเหตุการณ์อย่างสมจริง เสมือนยืนอยู่ในครั้งอดีต พร้อมอิ่มอร่อยกับ เมนูเด็ด! ตามรอยละครบุพเพสันนิวาส และขนมไทยตำรับโบราณจาก "ท้าวทองกีบม้า" ระหว่างวันที่ 4 - 13 พฤษภาคม ศกนี้ ณ บริเวณลานกลาง ชั้น 1 ศูนย์สรรพสินค้าซีคอน บางแค ถนนเพชรเกษม และวันที่ 9 - 20 พฤษภาคม ศกนี้ ณ บริเวณลานน้ำพุ ชั้น 1 ศูนย์สรรพสินค้าซีคอนสแควร์ ถนนศรีนครินทร์

นาย จรัญ ผู้พัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการสำนักสื่อสารการตลาด และองค์กรสัมพันธ์ ศูนย์สรรพสินค้า ซีคอน บางแค เปิดเผยว่า บริษัทฯ ร่วมกับ เมืองไทยประกันชีวิต และสภาศิลปินส่งเสริมพระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย จัดงาน "ออเจ้า ในแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช" ระหว่างวันที่ 4 - 13 พฤษภาคม 2561 ณ ลานกลาง ชั้น 1 ศูนย์สรรพสินค้าซีคอน บางแค ถ.เพชรเกษม เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช โดยได้เนรมิตบรรยากาศสมจริงในการนำลูกค้า และประชาชนทั่วไป ย้อนข้ามกาลเวลากลับไปสู่แผ่นดินในสมัยอยุธยา พร้อมกับการทำความรู้จักบุคคลสำคัญในยุคสมัยนั้น ถึง บทบาท และเรื่องราวชีวิตในแง่มุมต่าง ๆ ให้ได้เรียนรู้ ซึมซับ รวมถึงความภาคภูมิใจในความเป็นไทย และการอนุรักษ์ความเป็นไทย

ภายในงาน จะเต็มไปด้วยเรื่องราวที่มีชีวิต เนรมิตบรรยากาศสมจริง ร้อยเรียงเรื่องราวเหตุการณ์ และสถานที่สำคัญในครั้งประวัติศาสตร์ เสมือนยืนอยู่ในเหตุการณ์ครั้งอดีตที่เกิดขึ้นตรงหน้า ฉายภาพให้เห็นความรุ่งเรืองสมัยกรุงศรีอยุธยา ยุคทองแห่งการค้า และการทูต รวมถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนในสมัยนั้น ได้แก่ การจำลองเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์ เมื่อครั้งราชทูตฝรั่งเศส เชอวาเลียร์ เดอ โชมองต์ ผู้แทนพระองค์ของพระเจ้าหลุยส์เข้าเฝ้าฯ และถวายพระราชสาส์นแด่สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ณ "พระที่นั่งสรรเพชญปราสาท" ต่อด้วย "วัดไชยวัฒนาราม" พระอารามหลวงในสมัยอยุธยา โดยได้จำลองพระปรางค์ศรีรัตนมหาธาตุ ปรางค์ประธานของวัด ที่ถูกสร้างขึ้นสมัยพระเจ้าปราสาททอง รวมถึงบรรยากาศวิถีชีวิตความเป็นอยู่ และบ้านเมืองสมัยกรุงศรีอยุธยา อาทิ ตลาดบก-ตลาดน้ำ อิ่มอร่อยกับเมนูเด็ด สุดฮิต! ตามรอยละคร บุพเพสันนิวาส และขนมไทยตำรับโบราณจาก "ท้าวทองกีบม้า" รวมถึงอาหารสไตล์โปรตุเกสรสเลิศจาก "ชุมชนสยามโปรตุเกส" เรือนไทยสมัยอยุธยา ที่รายล้อมไปด้วย เจ้าขุนมูลนาย บ่าวไพร่ และชาวบ้านที่แต่งกายในชุดไทยโบราณเดินขวักไขว่ภายในงาน เสมือนพิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต

เรียนรู้เรื่องราว บุคคลสำคัญในยุคสมัยของแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ได้แก่ สมเด็จพระนารายณ์มหาราช หรือ สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 3 พระผู้มีคุณูปการอเนกอนันต์ พระมหากษัตริย์พระองค์ที่ 27 ของอาณาจักรอยุธยา แห่งราชวงศ์ปราสาททอง ทรงเป็นยอดนักปราชญ์ สร้างความเจริญรุ่งเรื่องให้แก่ประเทศชาติ และรักษาเอกราชของชาติรอดพ้นจากอาณานิคม โดยภายในงานจำลองอนุสาวรีย์สมเด็จพระนารายณ์มหาราชองค์จำลอง เปิดโอกาสให้ประชาชนได้สักการะเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต พระเพทราชา พระมหากษัตริย์พระองค์ที่ 28 ของอาณาจักรอยุธยา ปฐมกษัตริย์ของราชวงศ์บ้านพลูหลวง ราชวงศ์สุดท้ายของอาณาจักรอยุธยา ทรงเป็นพระสหายกับสมเด็จพระนารายณ์มาตั้งแต่เมื่อครั้งทรงพระเยาว์ สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 หรือพระนามที่รู้จักกันดีว่าสมเด็จพระเจ้าเสือ พระมหากษัตริย์พระองค์ที่ 29 แห่งอาณาจักรอยุธยา กษัตริย์องค์ที่สองแห่งราชวงศ์บ้านพลูหลวง เจ้าพระยาโกษาธิบดี (เหล็ก) หรือโกษาเหล็ก นักรบคู่ใจของสมเด็จพระนารายณ์ ซึ่งเป็นที่เรียกกันทั่วไปว่า "ขุนเหล็ก" มีความช่ำชองในด้านการศึกษา และการทำศึกสงครามเชิงกลยุทธ์ เจ้าพระยาโกษาธิบดี (ปาน) หรือออกพระวิสูตรสุนทร เอกอัครราชทูตคนสำคัญ เป็นหัวหน้าคณะราชทูตไทยไปเจริญสัมพันธ์ไมตรีกับพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ที่ประเทศฝรั่งเศส เมื่อปี พ.ศ. 2229 โดยได้รับการยกย่องสรรเสริญในเรื่องความสามารถทำให้สยามเป็นที่รู้จักของชาวต่างชาติ และรอดพ้นจากการคุกคามของฮอลันดา ออกญาโหราธิบดี บุคคลสำคัญของวงการวรรณกรรม เป็นผู้นิพนธ์หนังสือ "จินดามณี" ในปี พ.ศ.2215 ซึ่งถือเป็นหนังสือแบบเรียนเล่มแรกของไทย ศรีปราชญ์ กวีเอก สมัยกรุงศรีอยุธยา หมื่นสุนทรเทวา ภายหลังได้อวยยศเป็น ขุนศรีวิสารวาจา ถือว่าเป็นบุคคลสำคัญทางการทูต และได้ร่วมอยู่ในคณะทูตที่ไปเจริญสัมพันธ์ไมตรีกับฝรั่งเศส ณ พระราชวังแวร์ซายส์ เจ้าพระยาวิชาเยนทร์ ชื่อเดิม คอนสแตนติน ฟอลคอน ชาวตะวันตกคนแรกที่เข้ามารับราชการในสมัยอยุธยาในตำแหน่งล่าม กระทั่งต่อมาได้มีบทบาทสำคัญคือได้กลายมาเป็นสมุหนายกในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชแห่งกรุงศรีอยุธยา มารี ตอง กีมาร์ ที่คนไทยรู้จักในนาม "ท้าวทองกีบม้า" ภรรยาเจ้าพระยาวิชาเยนทร์ ภายหลังมีชื่อเสียงจากการปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าห้องเครื่องต้นวิเสทในราชสำนัก เป็นผู้ดัดแปลงตำรับเดิมของโปรตุเกส และนำเอาวัตถุดิบท้องถิ่นที่มีในสยามเข้ามาผสมผสาน อาทิ ทองหยิบ, ทองหยอด, ฝอยทอง, ทองม้วน และหม้อแกง จนได้สมญาว่าเป็น "ราชินีแห่งขนมไทย" และ หลวงศรียศ หรือ ออกญาจุฬาราชมนตรี ชาวสยามเชื้อสายเปอเซียร์ เริ่มรับราชการโดยถวายตัวเป็นมหาดเล็กในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช จนได้เป็นหลวงศรียศ และในเวลาต่อมาก็ได้รับการแต่งตั้งให้เป็น "จุฬาราชมนตรี"


นอกจากนี้ ในวันศุกร์ที่ 4 พฤษภาคม 2561 เวลา 14.00 น. จะมีพิธีเปิดงาน และพิธีมอบรางวัล "ศิลปินต้นแบบ ผู้ถ่ายทอดประวัติศาสตร์ไทย" โดย นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิด และประธานมอบรางวัล ให้แก่ ศิลปิน ดารา ได้แก่ ก๊อต-จิรายุ ตันตระกูล, โมสต์-วิศรุต หิมรัตน์, แอ๊ว-อำภา ภูษิต, เหมียว-ชไมพร จตุรภุช, หยา-จรรยา ธนาสว่างกุล และจุ๊บแจง-วิมลพันธ์ ชาลีจังหาญ พร้อมชมขบวนแห่เครื่องสูงเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนารายณ์มหาราช และการแสดงระบำนารายณ์ราชสดุดี


ขณะที่ ศูนย์สรรพสินค้าซีคอนสแควร์ ถนนศรีนครินทร์ ร่วมกับ สภาศิลปินส่งเสริมพระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย จะจัดงาน "ออเจ้า ในแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช" ในวันที่ 9 - 20 พฤษภาคม 2561 ณ บริเวณลานน้ำพุ ชั้น 1 ศูนย์สรรพสินค้าซีคอนสแควร์ ถนนศรีนครินทร์ โดยในวันพุธที่ 9 พฤษภาคม 2561 เวลา 14.00 น. จะมีพิธีเปิดงาน และพิธีมอบรางวัล "ศิลปินต้นแบบ ผู้ถ่ายทอดประวัติศาสตร์ไทย" โดย ดร.ฉวีรัตน์ เกษตรสุนทร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงวัฒนธรรม ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิด และประธานมอบรางวัลให้แก่ ศิลปิน ดารา ได้แก่ ซูซี่-สุษิรา แน่นหนา, หนิง-นิรุตติ์ ศิริจรรยา, เอิร์ธ-วิศววิท วงษ์วรรณลภย์, บิ๊ก-ศรุต วิจิตรานนท์, เก่ง-ชาติชาย งามสรรพ์ และ ปราปต์-ปราปต์ปฎล สุวรรณบาง พร้อมชมขบวนแห่เครื่องสูงเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนารายณ์มหาราช และการแสดงระบำนารายณ์ราชสดุดี พิเศษ! เฉพาะที่ ซีคอนสแควร์ นักอ่านทุกเพศทุกวัย รวมถึงประชาชนทั่วไปที่สนใจ หนังสือจินดามณี จากกรมศิลปากร เพื่อเก็บไว้เป็นที่ระลึก สามารถหาซื้อหนังสือได้ที่งานนี้ด้วย



วันที่ : 9 - 20 พฤษภาคม 2561
สถานที่ : บริเวณลานน้ำพุ ชั้น 1 ศูนย์สรรพสินค้าซีคอนสแควร์ ถนนศรีนครินทร์


ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
โทร. 0-2721-8888 ต่อ 314,325-6
Line:@seaconsquare
IG : seaconsquare
Website : www.seaconsquare.com
Facebook : SeaconSquareFanPage


เปิดประวัติบุคคลสำคัญในแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช

จากกระแสละครประวัติศาสตร์เรื่อง "บุพเพสันนิวาส" อันโด่งดัง ละครแนวพีเรียดที่มีเรื่องราวบอกเล่าถึงเหตุการณ์ในสมัยแผ่นดินของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช มีตัวละครสำคัญที่มีอยู่จริง หากใครได้ชม เชื่อว่าต้องรู้สึกคุ้นหูกับชื่อตัวละครบางตัวเป็นแน่แท้ เพราะเราอาจเคยได้ยินชื่อมาตั้งแต่สมัยเรียน บุคคลเหล่านั้นมีความสำคัญอย่างไรในหน้าประวัติศาสตร์ของประเทศไทย

เริ่มต้นที่ สมเด็จพระนารายณ์มหาราช พระมหากษัตริย์ลำดับที่ 4 ของพระราชวงศ์ปราสาททอง และเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์ที่ 27 ของอาณาจักรอยุธยา ทรงมีพระราชกรณียกิจที่สำคัญมากมาย ทั้งด้านการทูต การทหาร ทรงสร้างความรุ่งเรือง และความยิ่งใหญ่ให้แก่กรุงศรีอยุธยา โดยทรงยกทัพไปตีเมืองเชียงใหม่ และหัวเมืองพม่าอีกหลายเมือง เช่น เมืองสิเรียม ย่างกุ้ง แปร ตองอู หงสาวดี เป็นต้น สมเด็จพระนารายณ์มหาราชเป็นพระมหากษัตริย์ผู้เป็นที่เลื่องลือพระเกียรติยศในพระราโชบายทางคบค้าสมาคมกับชาวต่างประเทศ รักษาเอกราชของชาติให้พ้นจากการเบียดเบียนของชาวต่างชาติ และรับผลประโยชน์ทั้งทางวิทยาการ และเศรษฐกิจที่ชนต่างชาตินำเข้ามา นอกจากนี้ยังได้ทรงอุปถัมภ์บำรุงกวี และงานด้านวรรณคดีอันเป็นศิลปะที่รุ่งเรืองที่สุดในยุคนั้น

ขณะที่สมเด็จพระนารายณ์เสด็จเถลิงถวัลราชสมบัติ ณ ราชอาณาจักรศรีอยุธยา ปัญหากิจการบ้านเมืองในรัชสมัยของพระองค์เป็นไปในทางเกี่ยวข้องกับชาวต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่ ด้วยในขณะนั้น มีชาวต่างประเทศเข้ามาค้าขาย และอยู่ในราชอาณาจักรไทยมากกว่าที่เคยเป็นมาในกาลก่อน ที่สำคัญมากคือ ชาวยุโรปซึ่งเป็นชาติใหญ่มีกำลังทรัพย์ กำลังอาวุธ และผู้คน ตลอดจน มีความเจริญรุ่งเรืองทางวิทยาการต่างๆ เหนือกว่าชาวเอเชียมาก และชาวยุโรปเหล่านี้กำลังอยู่ในสมัยขยายการค้า ศาสนาคริสต์ และอำนาจทางการเมืองของพวกตนมาสู่ดินแดนตะวันออก

ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในสมัยสมเด็จพระนารายณ์รุ่งเรืองมาก มีการติดต่อทั้งด้านการค้าและการทูตกับประเทศต่างๆ เช่น จีน ญี่ปุ่น อิหร่าน อังกฤษ และฮอลันดา ขณะเดียวกันยังโปรดเกล้าฯ ให้แต่งคณะทูตนำโดย เจ้าพระยาโกษาธิบดี (ปาน) ไปเจริญสัมพันธไมตรีกับราชสำนักฝรั่งเศส ในรัชสมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ถึง 4 ครั้งด้วยกัน

ในรัชสมัยของพระองค์นั้น ชาวฮอลันดาได้กีดกันการเดินเรือค้าขายของไทย ครั้งหนึ่งถึงกับส่งเรือรบมาปิดปากแม่น้ำเจ้าพระยา ขู่จะระดมยิงไทย จนไทยต้องผ่อนผันยอมทำสัญญายกประโยชน์การค้าให้ตามที่ต้องการ อันเป็นที่มาของการสร้างเมืองลพบุรีไว้เป็นเมืองหลวงสำรอง อยู่เหนือขึ้นไปจากกรุงศรีอยุธยา และเตรียมสร้างป้อมปราการไว้คอยต่อต้านข้าศึก เป็นเหตุให้บาทหลวงฝรั่งเศสที่มีความรู้ทางการช่าง และต้องการเผยแผ่ศาสนาคริสต์ นิกายโรมันคาทอลิก ได้เข้ามาอาสาสมัครรับใช้ราชการจัดกิจการเหล่านี้ ข้าราชการฝรั่งที่ทำราชการมีความดีความชอบในการปรับปรุงขยายการค้าของไทยขณะนั้นคือ เจ้าพระยาวิชเยนทร์ (คอนสแตนติน ฟอลคอน) ซึ่งกำลังมีข้อขุ่นเคืองใจกับบริษัทการค้าของอังกฤษที่เคยคบหาสมาคมกันมาก่อน เจ้าพระยาวิชเยนทร์ จึงดำเนินการเป็นคนกลาง สนับสนุนทางไมตรีระหว่างสมเด็จพระนารายณ์กับทางราชการฝรั่งเศส ซึ่งเป็นรัชสมัยของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 แห่งฝรั่งเศส

ฝ่ายสมเด็จพระนารายณ์กำลังมีพระทัยระแวงเกรงฮอลันดายกมาย่ำยี และได้ทรงทราบถึงพระเดชานุภาพของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ในยุโรปมาแล้ว จึงเต็มพระทัยเจริญทางพระราชไมตรีกับพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ไว้ เพื่อให้ฮอลันดาเกรงขาม ด้วยเหตุนี้ในรัชกาลสมเด็จพระนารายณ์ จึงได้มีการส่งทูตไปสู่พระราชสำนักฝรั่งเศส และต้อนรับคณะทูตฝรั่งเศสอย่างเป็นงานใหญ่ถึงสองคราว แต่การคบหาสมาคมกับชาติมหาอำนาจคือฝรั่งเศสในยุคนั้นก็มิใช่ว่าจะปลอดภัย ด้วยพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 มีพระราโชบายที่จะให้สมเด็จพระนารายณ์ และประชาชนชาวไทยรับนับถือคริสต์ศาสนา ซึ่งบาทหลวงฝรั่งเศสนำมาเผยแผ่ โดยพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ทรงส่งพระราชสาสน์มาทูลเชิญสมเด็จพระนารายณ์เข้ารับ นับถือคริสต์ศาสนาพร้อมทั้งเตรียมบาทหลวงมาไว้คอยถวายศีลด้วย แต่สมเด็จพระนารายณ์ได้ทรงใช้พระปรีชาญาณตอบปฏิเสธอย่างทะนุถนอมไมตรี "ทรงขอบพระทัยพระเจ้าหลุยส์ที่มีพระทัยรักใคร่พระองค์ถึงแสดงพระปรารถนาจะให้ร่วมศาสนาด้วย แต่เนื่องด้วยพระองค์ยังไม่เกิดศรัทธาในพระทัย ซึ่งก็อาจเป็นเพราะพระเป็นเจ้าประสงค์ที่จะให้นับถือศาสนาคนละแบบคนละวิธี เช่นเดียวกับที่ทรงสร้างมนุษย์ให้ผิดแผกเชื้อชาติเผ่าพันธุ์ หรือทรงสร้างสัตว์ให้มีหลายชนิดหลายประเภทก็ได้ หากพระเป็นเจ้ามี พระประสงค์จะให้พระองค์ท่านเข้ารับนับถือศาสนาตามแบบตามลัทธิที่พระเจ้าหลุยส์ทรงนับถือแล้ว พระองค์ก็คงเกิดศรัทธาขึ้นในพระทัย และเมื่อนั้นแหละ พระองค์ท่านก็ไม่รังเกียจที่จะทำพิธีรับศีลร่วมศาสนาเดียวกัน"

นอกจากนี้พระองค์ยังทรงรับเอาวิทยาการสมัยใหม่มาใช้ เช่น กล้องดูดาว และยุทโธปกรณ์บางประการ รวมทั้งยังมีการรับเทคโนโลยีการสร้างน้ำพุ จากชาวยุโรป และวางระบบท่อประปาภายในพระราชวังอีกด้วย

สมเด็จพระนารายณ์เสด็จสวรรคตเมื่อ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2231 ณ พระที่นั่งสุทธาสวรรย์ พระนารายณ์ราชนิเวศน์ จังหวัดลพบุรี รวมครองราชสมบัติเป็นเวลา 32 ปี มีพระชนมายุ 56 พรรษา

พระเพทราชา หรือ สมเด็จพระเพทราชา พระมหากษัตริย์พระองค์ที่ 28 ของอาณาจักรอยุธยาและปฐมกษัตริย์ของราชวงศ์บ้านพลูหลวง ราชวงศ์สุดท้ายของอาณาจักรอยุธยา ทรงเป็นพระสหายกับสมเด็จพระนารายณ์มาตั้งแต่เมื่อครั้งยังทรงพระเยาว์ เนื่องจากพระมารดาของพระองค์เป็นพระนมในสมเด็จพระนารายณ์ เมื่อพระองค์ขึ้นครองราชย์แล้วก็ได้ขับไล่กำลังทหารฝรั่งเศสออกไปจากกรุงศรีอยุธยาแต่ยังทรงอนุญาตให้บาทหลวง และพ่อค้าชาวฝรั่งเศสอาศัยอยู่ในกรุงศรีอยุธยาต่อไปได้ แต่มีการทำสนธิสัญญากับฝรั่งเศสเรื่องการขนย้ายทหาร และทรัพย์สินของฝรั่งเศสออกจากป้อมที่บางกอก โดยฝ่ายอาณาจักรอยุธยาเป็นผู้จัดเรือกับต้องส่งคืนทรัพย์สินที่เป็นของฝรั่งเศสคืนทั้งหมด สำหรับข้าราชการ และราษฎรไทยที่ยังอยู่ในประเทศฝรั่งเศส ทางฝรั่งเศสจะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการเดินทางกลับกรุงศรีอยุธยา ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างกรุงศรีอยุธยากับฝรั่งเศสสิ้นสุดลงตั้งแต่นั้นมา ในรัชสมัยของพระองค์ ได้มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการปกครองใหม่ โดยกำหนดให้หัวเมืองฝ่ายเหนืออยู่ในความดูแลของสมุหนายก และหัวเมืองฝ่ายใต้อยู่ในความดูแลของสมุหพระกลาโหมโดยแบ่งให้แต่ละฝ่ายรับผิดชอบดูแลกิจการทั้งด้านทหาร และพลเรือนในภูมิภาคนั้น ๆ

นอกจากนี้พระองค์ยังได้เพิ่มจำนวนกำลังทหารให้แก่กรมพระราชวังบวรสถานมงคลหรือวังหน้า เพื่อเป็นกำลังป้องกันวังหลวงอีกทางหนึ่งด้วย พระราชพงศาวดาร ฉบับพันจันทนุมาศ (เจิม) ระบุว่าในรัชกาลนี้ประเทศใกล้เคียงเข้ามาอ่อนน้อมเจริญสัมพันธไมตรี กล่าวคือ ในปี พ.ศ. 2234 นักเสด็จเถ้าพระเจ้ากรุงกัมพูชาโปรดให้พระยาเขมร 3 คนนำช้างเผือกพังช้างหนึ่งมาถวาย สมเด็จพระเพทราชาพระราชทานชื่อว่าพระบรมรัตนากาศ ชาติคเชนทร์ วเรนทรมหันต์ อนันตคุณ วิบุลธรเลิดฟ้า และพระราชทานผ้าแพรจำนวนมากให้พระยาเขมรนำไปพระราชทานนักเสด็จเถ้า

ต่อมาในปี พ.ศ. 2238 พระเจ้ากรุงศรีสัตนาคนหุต (เวียงจันทน์) ได้ส่งราชทูตนำพระราชสาส์นมาทูลว่าจะถวายพระราชธิดา และขอกรุงศรีอยุธยาส่งกองทัพไปช่วยป้องกันกรุงศรีสัตนาคนหุตจากกองทัพหลวงพระบาง จึงโปรดให้พระยานครราชสีมานำพล 10,000 ไปกรุงเวียงจันทน์ หลวงพระบางทราบข่าวจึงยอมประนีประนอมกับเวียงจันทน์ เมื่อเรือพระที่นั่งของพระราชธิดาพระเจ้ากรุงศรีสัตนาคนหุตมาถึงหน้าวัดกระโจม กรมพระราชวังบวรสถานมงคลก็มีพระบัณฑูรให้รับพระราชธิดานั้นไว้ที่วังหน้า แล้วเสด็จไปกราบทูลสมเด็จพระเพทราชา สมเด็จพระเพทราชาก็พระราชทานตามที่ขอ

สมเด็จพระเพทราชาเสด็จสวรรคตเมื่อปี พ.ศ. 2246 พระราชพงศาวดาร ฉบับสมเด็จพระพนรัตน์ วัดพระเชตุพน ฉบับตัวเขียน ระบุว่าสวรรคต ณ พระที่นั่งบรรยงก์รัตนาสน์ ขณะครองราชย์ได้ 15 ปี สิริพระชนมายุได้ 71 พรรษา

หลวงสรศักดิ์ หรือ พระเจ้าเสือ สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 หรือคำให้การชาวกรุงเก่าว่า สมเด็จพระสุริเยนทราธิบดี เป็นพระมหากษัตริย์ไทยรัชกาลที่ 29 แห่งอาณาจักรอยุธยา และเป็นพระองค์ที่สองแห่งราชวงศ์บ้านพลูหลวง ทรงครองราชย์ พ.ศ. 2246 - พ.ศ. 2251 ผู้คนในสมัยพระองค์มักเรียกขานพระองค์ว่า พระเจ้าเสือ เพื่อเปรียบว่า พระองค์มีพระอุปนิสัยโหดร้ายดังเสือ พระองค์ทรงมีพระปรีชาด้านมวยไทย โดยทรงเป็นผู้คิดท่าแม่ไม้มวยไทย ซึ่งมีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ปรากฏชัดเจน และได้มีการถ่ายทอดเป็นตำราให้ชาวไทยรุ่นหลังได้เรียนรู้ฝึกฝนจนถึงปัจจุบัน

พระราชพงศาวดาร ฉบับสมเด็จพระพนรัตน์ วัดพระเชตุพน ฉบับตัวเขียน ระบุว่า สมเด็จพระเจ้าเสือเป็นพระราชโอรสในสมเด็จพระนารายณ์มหาราชกับพระสนม ซึ่งเป็นพระราชธิดาในพญาแสนหลวง เจ้าเมืองเชียงใหม่ โดยคำให้การขุนหลวงหาวัดออกพระนามว่า พระราชชายาเทวี หรือ เจ้าจอมสมบุญ ส่วนในคำให้การชาวกรุงเก่าเรียกว่า นางกุสาวดีแต่ในเวลาต่อมา สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ได้พระราชทานพระสนมดังกล่าวให้แก่พระเพทราชา เมื่อครั้งที่ดำรงตำแหน่ง เจ้ากรมช้าง โดยในคำให้การขุนหลวงหาวัดและคำให้การชาวกรุงเก่า มีเนื้อหาสอดคล้องกัน กล่าวคือนางเป็นสนมลับของพระนารายณ์แต่แตกต่างกันเพียงชื่อของนาง และเหตุผลในการพระราชทานพระโอรสแก่พระเพทราชา แต่พระราชพงศาวดาร ฉบับสมเด็จพระพนรัตน์ กลับให้ข้อมูลเกี่ยวกับพระชาติกำเนิดแตกต่างไปจากคำให้การของขุนหลวงหาวัดและคำให้การชาวกรุงเก่า โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ทรงทำศึกสงครามกับเมืองเชียงใหม่แล้วได้ราชธิดาเจ้าเมืองเชียงใหม่เป็นสนม แต่นางสนมเกิดตั้งครรภ์ พระองค์ได้ละอายพระทัยด้วยเธอเป็นนางลาว พระองค์จึงได้พระราชทานแก่พระเพทราชา ดังความในพระราชพงศาวดารฯ ฉบับพระพนรัตน์ ความว่า

"แล้วเมื่อพระองค์เสด็จพระราชดำเนินมาจากเมืองเชียงใหม่นั้น พระองค์เสด็จทรงสังวาสด้วยพระราชธิดาเจ้าเมืองเชียงใหม่ และนางนั้นก็ทรงครรภ์ขึ้นมา ทรงพระกรุณาละอายพระทัย จึงพระราชทานนางนั้นให้แก่พระเพทราชา แล้วดำรัสว่านางลาวนี้มีครรภ์ขึ้นมา เราจะเอาไปเลี้ยงไว้ในพระราชวังก็คิดละอายแก่พระสนมทั้งปวง และท่านจงรับเอาไปเลี้ยงไว้ ณ บ้านเถิด และพระเพทราชาก็รับพระราชทานเอานางนั้นไปเลี้ยงไว้ ณ บ้าน"

โดยเหตุผลของสมเด็จพระนารายณ์มหาราชได้ปรากฏในคำให้การชาวกรุงเก่าว่า พระองค์ทรงเกรงว่าพระราชโอรสองค์นี้จะคิดกบฏชิงราชสมบัติอย่างเมื่อคราวพระศรีศิลป์ ส่วนคำให้การของขุนหลวงหาวัดว่า พระองค์ทรงต้องรักษาราชบัลลังก์ให้กับพระราชโอรสที่ประสูติแต่พระอัครมเหสีเท่านั้น

ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช สมเด็จพระเจ้าเสือได้ถวายตัวเป็นมหาดเล็กรับราชการเป็นที่โปรดปรานของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ต่อมาได้ตำแหน่งเป็นหลวงสรศักดิ์ สมัยสมเด็จพระเพทราชา หลวงสรศักดิ์ให้รับสถาปนาเป็นพระมหาอุปราช กรมพระราชวังบวรสถานมงคล ซึ่งหวังจะได้ขึ้นครองราชสมบัติต่อจากสมเด็จพระเพทราชา แต่สมเด็จพระเพทราชากลับทรงโปรดปรานเจ้าพระขวัญ พระราชโอรสของพระองค์ และสมเด็จเจ้าฟ้าศรีสุวรรณ กรมหลวงโยธาทิพแถมมีผู้คนมากมายต่างพากันนับถือ ทำให้กรมพระราชวังบวรฯ เกิดความหวาดระแวงว่าราชสมบัติจะตกไปอยู่กับเจ้าพระขวัญ จึงลวงให้เจ้าพระขวัญมาสำเร็จโทษด้วยไม้ท่อนจันทร์ เมื่อสมเด็จพระเพทราชาซึ่งทรงประชวรทรงทราบทรงพระพิโรธกรมพระราชวังบวรฯ เป็นอันมากแลตรัสว่าจะไม่ยกราชสมบัติให้แก่กรมพระราชวังบวรฯ แล้วทรงพระกรุณาตรัสเวนราชสมบัติให้เจ้าพระพิไชยสุรินทร พระราชนัดดา หลังจากนั้นสมเด็จพระเพทราชาทรงสวรรคต เจ้าพระพิไชยสุรินทรทรงเกรงกลัวกรมพระราชวังบวรฯ จึงไม่กล้ารับ และน้อมถวายราชสมบัติแด่กรมพระราชวังบวรฯ เมื่อกรมพระราชวังบวรฯ ได้ขึ้นครองราชสมบัติ พระนามว่า สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 ราชาภิเษก พ.ศ. 2246 มีพระราชโอรส 2 พระองค์ คือ เจ้าฟ้าเพชร (สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ) และเจ้าฟ้าพร (สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ) มีพระสมัญญานามว่า "เสือ" ตั้งแต่สมัยที่ยังดำรงตำแหน่งเป็น หลวงสรศักดิ์ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชมาแล้ว

ทรงมีความเด็ดขาดในการมีรับสั่งให้ผู้ที่ปฏิบัติงานใดต้องสำเร็จผลเป็นอย่างดี หากบกพร่องพระองค์จะมีรับสั่งให้ลงโทษ ไม่เฉพาะข้าราชบริพารเท่านั้น แม้พระราชโอรสทั้งสองก็เช่นกัน อย่างเช่น ในการเสด็จไปคล้องช้างที่เมืองนครสวรรค์ มีรับสั่งให้เจ้าฟ้าเพชรและเจ้าฟ้าพรตัดถนนข้ามบึงหูกวาง โดยถมบึงส่วนหนึ่งให้เสร็จภายในหนึ่งคืน พระราชโอรสดำเนินงานเสร็จตามกำหนด แต่เมื่อเสด็จพระราชดำเนิน ช้างทรงตกหลุม ทรงลงพระราชอาญาเจ้าฟ้าเพชร แต่ภายหลังก็ได้รับพระราชทานอภัยโทษ

โกษาเหล็ก หรือเจ้าพระยาโกษาธิบดี (เหล็ก) นิยมเรียกสั้นๆ ว่า "โกษาเหล็ก" เป็นหนึ่งในเสนาบดีคนสำคัญที่สุดของสมเด็จพระนารายณ์ มีความใกล้ชิดกับพระองค์มาตั้งแต่ทรงพระเยาว์ เนื่องจากมารดาของท่านคือเจ้าแม่วัดดุสิต พระนมของสมเด็จพระนารายณ์ ท่านได้ดำรงตำแหน่ง "โกษาธิบดี" จุตสดมภ์กรมพระคลัง ทำหน้าที่ดูแลการคลังและกิจการต่างประเทศของราชสำนัก รับผิดชอบหัวเมืองชายทะเลตั้งแต่เพชรบุรีไปถึงตะนาวศรี นอกจากนี้ยังเป็นขุนศึกคู่พระทัย ได้เป็นแม่ทัพใหญ่ในสงครามหลายครั้ง ทั้งสงครามตีเมืองเชียงใหม่ (พ.ศ.๒๒๐๕) สงครามกับพม่า (พ.ศ. ๒๒๐๗) และสงครามกับล้านช้าง (พ.ศ. ๒๒๑๓ – ๒๒๑๖) หลักฐานร่วมสมัยของต่างประเทศหลายชิ้นระบุว่าเจ้าพระยาโกษาธิบดี (เหล็ก) เป็นอัครมหาเสนาบดีที่ทรงอิทธิพลที่สุดในราชสำนัก มีสติปัญญาเฉลียวฉลาดมีความสามารถ และเนื่องจากรัชกาลสมเด็จพระนารายณ์ไม่ทรงตั้งตำแหน่งจักรีหรือสมุหนายก เนื่องจากทรงเห็นว่ามีอิทธิพลมากเกินไป โปรดตั้งเสนาบดีให้ว่าที่ไปเป็นครั้งคราวเท่านั้น ก็ปรากฏว่าโปรดให้เจ้าพระยาโกษาธิบดี (เหล็ก) ว่าที่จักรีในบางครั้งด้วย

นิโกลาส์ แชรแวส (Nicolas Gervaise) มิชชันนารีฝรั่งเศสซึ่งอยู่ในกรุงศรีอยุทธยาช่วง ค.ศ. ๑๖๘๑ ถึง ๑๖๘๕ (พ.ศ. ๒๒๒๔ ถึง พ.ศ. ๒๒๒๘) ได้กล่าวถึงท่านไว้ว่า "ท่านเป็นสหายร่วมนมกับสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแห่งกรุงสยาม จึงได้รับพระมหากรุณาทรงใช้สอยใกล้ชิดพระองค์มาก กอปรด้วยเป็นผู้มีจริยวัตรและสติปัญญาอันเลิศ ฉะนั้นเมื่อรับราชการอยู่ในราชสำนักได้ไม่นาน ก็ได้รับตำแหน่งพระคลัง ซึ่งท่านก็ได้ปฏิบัติราชการสนองพระมหากรุณาธิคุณได้อย่างเหมาะสมแก่ตำแหน่งหน้าที่ทุกประการ จนในลางครั้งสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมอบหน้าที่จักรีให้ปฏิบัติจัดทำด้วย โดยทรงพิจารณาเห็นว่าไม่มีบุคคลอื่นใดที่เหมาะสมแก่ตำแหน่งเท่าท่านผู้นี้เลย ท่านได้ถึงแก่อสัญกรรมท่ามกลางชื่อเสียงอันหอมหวนว่า เป็นผู้มีความสามารถปราดเปรื่องและดำเนินรัฐประศาสโนบายได้อย่างยอดเยี่ยมในรอบศตวรรษ" แต่ว่าท่านกลับถูกสมเด็จพระนารายณ์ลงพระราชอาญาอย่างหนัก จนเป็นเหตุให้ถึงแก่อสัญกรรมใน พ.ศ. ๒๒๒๖

โกษาปาน หรือ เจ้าพระยาโกษาธิบดี (ปาน) (พ.ศ. 2176–2242) เป็นข้าราชการในอาณาจักรอยุธยาสมัยสมเด็จพระนารายณ์ เป็นเอกอัครราชทูตคนสำคัญที่เดินทางไปเจริญสัมพันธไมตรีกับราชสำนักฝรั่งเศสเมื่อ พ.ศ. 2229 ปานเป็นบุตรของเจ้าแม่วัดดุสิต (บัว) ซึ่งเป็นพระนมในสมเด็จพระนารายณ์ กับขุนนางเชื้อสายมอญ เชื้อสายของพระยาเกียรดิ์ พระยาราม เกิดในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง และเป็นพระนัดดาในสมเด็จพระเอกาทศรถ นอกจากนี้ เขายังเป็นปู่ของพระยาราชนิกูล (ทองคำ) ซึ่งเป็นบิดาของสมเด็จพระปฐมบรมมหาชนก พระราชบิดาของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ปานได้บรรดาศักดิ์ ออกพระวิสุทธิสุนทร และได้รับแต่งตั้งเป็นทูตออกไปเจริญสัมพันธไมตรีกับฝรั่งเศส ในสมัยดังกล่าวฝรั่งเศสมีอิทธิพลในราชสำนักของพระนารายณ์มาก จุดประสงค์ของฝรั่งเศส คือ เผยแพร่คริสต์ศาสนา และพยายามให้พระนารายณ์เข้ารีตเป็นคริสตชน รวมทั้งพยายามมีอำนาจทางการเมืองในอยุธยาด้วยการเจรจาขอตั้งกำลังทหารของตนที่เมืองบางกอกและเมืองมะริด คณะทูตไปฝรั่งเศสดังกล่าว ประกอบด้วย ปาน เป็นราชทูต, ออกหลวงกัลยาราชไมตรี เป็นอุปทูต, และออกขุนศรีวิศาลวาจา เป็นตรีทูต พร้อมทั้งบาทหลวงเดอ ลีออง และผู้ติดตาม รวมกว่า 40 คน ออกเดินทางจากกรุงศรีอยุธยาในวันที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2229 ได้เข้าเฝ้าพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 เมื่อวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2229 ณ พระราชวังแวร์ซาย และเดินทางกลับเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2230 ปานเป็นนักการทูตที่สุขุม ไม่พูดมาก ละเอียดลออในการจดบันทึกสิ่งที่พบเห็นในการเดินทาง ในการเข้าเฝ้าพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 คณะทูตอยุธยาได้รับการยกย่องชื่นชมจากชาวฝรั่งเศส เนื่องจากเป็นครั้งแรกที่พระเจ้าแผ่นดินฝ่ายตะวันออกแต่งทูตไปยังฝรั่งเศส พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ทรงรับรองคณะทูตอย่างสมเกียรติยศ โปรดให้ทำเหรียญที่ระลึกและเขียนรูปเหตุการณ์เอาไว้

ว่ากันว่า โกษาปานเป็นต้นตระกูลของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก เพราะเป็นบิดาของเจ้าพระยาวรวงษาธิราช (ขุนทอง) ซึ่งภายหลังเข้ารับราชการกับพระเจ้าเสือ และยังเป็นปู่ของพระยาราชนิกูล (ทองคำ) ซึ่งเป็นบิดาของสมเด็จพระปฐมบรมมหาชนก พระราชบิดาของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก

ออกญาโหราธิบดี เป็นบุคคลสำคัญท่านหนึ่งในแวดวงวรรณกรรมในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช แต่ทั้งนี้ "พระโหราธิบดี" มิใช่ชื่อบุคคล แต่เป็นตำแหน่งและบรรดาศักดิ์ พระโหราธิบดี เป็นตำแหน่งอธิบดีแห่งโหร หรือโหรหลวงประจำราชสำนัก อีกทั้งยังเป็นผู้ควบคุมหรือเป็นหัวหน้าการประกอบพิธีการต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับศาสนาพราหมณ์อีกด้วย ซึ่งต้องเป็นบุคคลที่เป็นผู้รู้หนังสือรวมถึงรอบรู้สรรพวิทยาต่างๆ สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงสันนิษฐานว่า พระโหราธิบดีท่านนี้เป็นชาวเมืองพิจิตร นับถือกันว่าทำนายแม่นยำ เคยทายจำนวนหนูที่สมเด็จพระเจ้าปราสาททองครอบไว้อย่างถูกต้อง และเคยทายว่าไฟจะไหม้ในพระราชวังในสามวัน สมเด็จพระเจ้าปราสาททองทรงเชื่อจึงเสด็จไปอยู่นอกวังและปรากฏเป็นจริงดังทำนายเกิดฟ้าผ่าต้องหลังคาพระมหาปราสาททำให้ไฟไหม้ลามไปเป็นอันมาก พระโหราธิบดีเป็นที่รู้จักกันในฐานะของการเป็นผู้ประพันธ์ จินดามณี ในปี พ.ศ. 2215 ซึ่งเป็นหนังสือแบบเรียนเล่มแรกของไทย มีเนื้อหาครอบคลุมเรื่อง การใช้สระ พยัญชนะ วรรณยุกต์ การแจกลูก การผันอักษร อักษรศัพท์ อักษรเลข การสะกดการันต์ ฯลฯ และจากการที่จินดามณีเป็นแบบเรียนของไทย ทำให้มีหนังสือแบบเรียนไทยในยุคต่อๆ ไป รวมถึงเป็นบิดาของศรีปราชญ์กวีเอกคนสำคัญในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชสันนิษฐานว่าพระโหราธิบดีคงถึงแก่อนิจกรรมตั้งแต่ก่อน พ.ศ. 2223

ขุนศรีวิสารวาจา หรือ หมื่นสุนทรเทวา ถือว่าเป็นบุคคลสำคัญทางการทูต และได้ร่วมอยู่ในคณะทูตที่ไปเจริญสัมพันธ์ไมตรีกับฝรั่งเศส เมื่อปี พ.ศ. 2229 โดยเข้าเฝ้าพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ณ พระราชวังแวร์ซายส์ เหตุที่ออกขุนศรีวิสารวาจาได้รับแต่งตั้งเป็นตรีทูตไปฝรั่งเศส เดอ วีเซ ได้บรรยายไว้ว่า "ที่จริงท่านยังหนุ่มมากอยู่ ความสามารถยังมิได้ปรากฏขึ้นที่ไหน แต่อาศัยเหตุที่บิดาของท่านเคยเป็นราชทูตไปเจริญทางพระราชไมตรีที่พระราชสำนักปอร์ตุคาลมาแล้ว จึงนับเหมือนว่าท่านเป็นเชื้อชาติราชทูต พระเจ้ากรุงสยามจึงทรงแต่งตั้งให้เป็นตรีทูตมาเพื่อดูแลการงานเมือง คล้ายๆ กับให้มาฝึกซ้อมมือซ้อมใจให้เป็นราชทูตตามตระกูลต่อไปข้างหน้า" จึงสันนิษฐานว่าออกขุนศรีวิสารวาจาและบิดาน่าจะรับราชการอยู่ในกรมพระคลังหรือกรมท่า ซึ่งรับผิดชอบเรื่องการต่างประเทศเหมือนกัน ตามปกติของขุนนางไทยสมัยโบราณที่บิดามักถ่ายทอดความรู้ราชการในกรมที่รับผิดชอบให้บุตร เมื่อบุตรเติบใหญ่ก็มักได้รับราชการในกรมเดียวกับบิดา จึงได้ทำหน้าที่เป็นทูตไปต่างประเทศเหมือนบิดา

คอนสแตนติน ฟอลคอน หรือ เจ้าพระยาวิชาเยนทร์ เชื้อสายกรีก และเวนิสเริ่มเข้าทำงานให้กับบริษัทอินเดียตะวันออกของอังกฤษ ออกเดินเรือสินค้าไปค้าขายยังแดนต่
Facebook


ติดตามข้อมูลงานอีเว้นท์ได้ทาง Facebook :

หาโอกาสธุรกิจ อีเว้นท์ที่กำลังจะมา

   ชุมชนคนอีเว้นท์


แสดงความคิดเห็น / ประชาสัมพันธ์
ขอบคุณข้อมูลจาก : https://www.facebook.com/SeaconSquareFanPage
   แนะนำให้อ่าน
เกาะกระแสข่าว HOT
ข่าวสด
ย้อนรอย “ติ๊ก บิ๊กบราเธอร์” หวิดตบเพื่อน “หมอนก” กลางรายการ ซีนดราม่าสร้างชื่อ. เป็นอีกหนึ่งข่าวดีของวงการบันเทิง เมื่อวันนี้ (21 ก.ย.) พระเอกชื่อดัง 'ศรราม เทพพิทักษ์' ได้พาแฟนสาว 'ติ๊ก บิ๊กบราเธอร์' เขาพิธีวิวาห์ โดยท่านมุ้ย ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล ...
สนุกดอทคอม
The Mask Project A เกินจะคาดเดา เมื่อ 3 หน้ากาก 3 แชมป์ และ 3 กรุ๊ป ต้องมาเจอกันกับพลังเสียงที่ยากจะเดาทางแบบสุดๆ กับรอบถ่ายทอดสด แชมป์ชนแชมป์ ระหว่าง หน้ากากอีกาเหล็ก แชมป์ Group Jungle War, หน้ากาก The Sun แชมป์ Group Sky War และ หน้ากากปลาคาร์ฟ แชมป์ ...
smmsport.com
การแข่งขัน วอลเลย์บอลหญิง SMM "เอส-โคล่า" เอวีซี คัพ ครั้งที่ 6 ปี 2018 วันที่ 21 กันยายน 2561 ที่สนามชาติชาย ฮอลล์ จังหวัดนครราชสีมา เป็นเกมในรอบรองชนะเลิศ มีผลการแข่งขันดังนี้. รอบรองชนะเลิศ จีน ชนะ ไทย 3-2 เซต 25-18, 25-21, 25-27, 22-25, 15-10 ญี่ปุ่น ชนะ ไต้หวัน 3-1 ...
สนุกดอทคอม
เหตุนี้ทำให้ตัดสินใจขับรถกลับไปที่ร้านดังกล่าว และถามพนักงานว่าเห็นไหม ซึ่งตนเล่าว่า หากพนักงานบอกไม่เห็น ตนก็คงถอดใจและกลับบ้านไป แต่สิ่งที่พนักงานตัดสินใจทำ เกินความคาดหมายอย่างมาก เพราะพนักงานเกือบทั้งร้านไปช่วยตนคุ้ยกองขยะเพื่อหารีเทนเนอร์ จนสุดท้ายก็เจอจริงๆ.
ข่าวสด
จากกรณี เพจ ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ได้โพสต์คลิปจำนวน 2 คลิป ซึ่งในคลิปเป็นเสียงระหว่างผู้ชายและผู้หญิง โดยฝ่ายหญิงเรียกชื่อว่า ทนายตั้ม โดยเนื้อหาระบุถึงการขอเงินจำนวน 4 แสนบาทคืน ซึ่งฝ่ายชายปลายสายอีกฝ่าย ได้ระบุว่า จะหาคืนภายใน 1 เดือน ส่วนคลิปที่ 2 ...
อ่านเพิ่มเติม คลิก

ติดตามอีเว้นท์ใหม่ๆได้ทาง Facebook